Javascript Menu by Deluxe-Menu.com
   มหันตภัยสามและวิบัติภัยเจ็ด
รวมหลักธรรมเบื้องต้น



มหันตภัยสามและวิบัติภัยเจ็ด
(The Three Calamities and Seven Disasters)
(Sansai Shichinan)

มหันตภัยสามและวิบัติภัยเจ็ดนั้นคืออะไร

          มหันตภัยสามนั้นคือ ภัยสามชนิดอันก่อให้เกิดความเศร้าโศรกอย่างใหญ่หลวงขึ้น มันได้ถูกจำแนกแยกแยะออกเป็นสอง รูปแบบด้วยกัน : มหันตภัยสามประเภทซึ่งใหญ่กว่าและเล็กกว่าตาม Treasury of Analeses of the Law (คูชารน) มหันตภัยสาทซึ่งใหญ่กว่า ได้แก่ ไฟ ลม และน้ำ และมหันตภัยสามซึ่งเล็กกว่า ได้แก่ ข้าวยากหมากแพง และทุพิกขภัยอดอยาก ขาดแคลนสงคราม และโรคระบาด
         วิบัติภัยเจ็ด(Seven Disasters)นั้นคือ ภัยพิบัติทั้งเจ็ดชนิดนั้นเกิดข้นมาเพราะมีการหมิ่นประมาทต่อธรรมแท้จริง(True Law)ทั้งหลายทั้งหมดเหล่านี้ดังได้เคยบรรยายเอาไว้แล้วนั้นล้วนมีต้นกำเนิดมาจากการหมิ่นประมาทต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตร พระสูตรแห่งแสงสีทอง(คนโคเมียว เกียว)(Konkomyo-kyo) พระสูตรแห่งมหาสมัชชา(The Sutra of the Great Assembly -(Daishik-kyo)พระสูตรแหงพระราชาผู้ทรงคุณประโยชน์(The Sutra of Benevolent King (Nino-kyo) และพระสูตรแห่งยาขุชิพุทธะ(The Sutra of medicine Master Buddha (Yakushi-kyo))ทั้งหลายทั้งหมดเหล่านี้นั้น อาจมีการ แปรเปลี่ยนออกไปบ้างเล็กๆ น้อยๆ จากบรรดาพระสูตรทั้งหลาย ในพระสูตรแห่งยาขุชิพุทธะ(The Sutra of Medicine MAster Buddha (Yakushi-kyo)ได้กล่าวเอาไว้เกี่ยวกับวิบัติภัยเจ็ดดังตัวอย่างซึ่งอยู่ด้านล่างดังต่อไปนี้
         1. มีโรคร้ายแรง และมีการระบาดของโรคต่างๆ อย่าหนักเป็นครั้งคราว โรคต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดการล้มตายลงของ คนจำนวนมากมาย
         2. การรุกรานและการบุกรุกเข้ามาของต่างชาติ
         3. มีการขัดแย้งปะทะต่อสู้กันอย่างรุนแรงและเกิดความสับสนอลหม่าน และเกิดการแตกแยกไม่ลงรอยกันเกิดขึ้นภายใน และเกิดความขัดแย้งทางความคิดกันในระหว่างหุ้นส่วนทั้งหลาย
         4. มีการเปลี่ยนแปลงแบบผิดปกติต่างๆ เกิดขึ้นในท้องฟ้า เช่น เกิดมีสัญญาณบ่งบอกออกมา โดยปรากฏมีดาวหางและ ลูกอุกาบาตเกิดึ้น
         5. มีความผิดปกติของดวงอาทิตย์ดวงจันทร์ และดวงดาวต่างๆเกิดขึ้นบ่อยๆ
         6. สภาวะอากาศผิดปกติ เช่นมีลมพายุใหญ่เกิดขึ้น ไม่ถูกต้องเหมาะสมตามฤดูกาล สภาวะอากาศผิดปกติ เช่น มีความ แห้งแล้งเกิดขึ้นอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นการแสดงออกมาให้เห็นว่าวิบัติภัยมหันต์ต่างๆ ดังนี้เกิดขึ้นมาในโลกของเราเมื่อเร็วๆนี้นั้น จริงๆ แล้วก็เป็นการบ่งบอกออกมาอันเป็นเสมือนมหันตภัยสามและวิบัติภัยเจ็ดนั่นเอง

สาเหตุซึ่งทำให้เกิดมีมหันตภัยสามและวิบัติภัยเจ็ด
          สิ่งสำคัญจำเป็นยิ่งอันจะขาดเสียมิได้ สำหรับพวกเราและคนผู้ซึ่งเทิดทูนบูชาศรัทธาเชื่อและปฏิบัติตามพุทธศาสนาแท้ จริง ก็จะเข้าใจได้ดีโดยตลอดๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเหล่านี้นั้นล้วนมีต้นกำเนิดจากจิตใจและการกระทำอันชั่วร้ายของมนุษย์เอง

         สาเหตุประการแรกของการเกิดวิบัติภัยต่างๆ เหล่านี้นั้น จริงๆ แล้วมาจากการหมิ่นประมาทต่อธรรมแท้จริง (Slander of the True Law)ซึ่งได้ซึมซาบแผ่ซ่านเข้าไปโดยตลอดทั่วทั้งแผ่นดิน นิชิเร็น ไดโชนิน ได้ชี้ชัดออกมาให้เห็นว่า สาเหตุของการเกิด ความผิดปกติขึ้นมาบ่อยๆ ขึ้นในโลก เช่นภูมิอากาศผิดปกติตลอดทั่วทั้งดาวนพเคราะห์ แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ การเกิดโรคระบาด ต่างๆ และเกิดมีการจราจลขึ้นมาก็เพราะจำนวนประชาชนมีเพิ่มมากขึ้นในประเทศซึ่งล้วนมีการหมิ่นประมาทต่อพุทธศาสนาแท้จริง (The Ture Buddhism)

         นิชิเร็น ไดโชนิน ได้เขียนข้อความต่างๆ ดังปรากฏมีอยู่ใน ริชโช่ อันโคคุรน ไว้ดังต่อไปนี้ :

       คนทั้งหลายทั้งปวงในสมัยปัจจุบันต่างพากันหันหลังให้กับสิ่งซึ่งถูกต้อง กับมนุษย์คนหนึ่งพวกเขาต่างพากันมอบความจง รักภักดีของพวกเขาให้กับความชั่วร้าย นี้คือเหตุผลที่ทำให้ปวงเหล่าเทพผู้ทรงคุณประโยชน์ทั้งหลายพากันละทิ้งประเทศนั้นไป เป็นเหตุทำให้นักปราชญ์ทั้งหลายละทิ้งจากไปและไม่หวนกลับมาอีกเลย และแทนที่กลับมีมารร้ายและภูตผีปีศาจมหันตภัย ต่างๆ และวิบัติภัยทั้งหลายทั้งปวงจึงเกิดขึ้นแล้วเกิดขึ้นอีก
                                                                                                                     (Gosho, p.234; MW-2, P. 5-6)

         กล่าวอีกอย่างหนึ่ง บรรดาแนวคิดทั้งหลาย และศาสนาทั้งปวงซึ่งไม่สูงพอในยุคสมัยนี้ จึงจัดได้ว่าเป็นสิ่งที่ผิดแต่กลับถูก เผยแผ่ไปตลอดทั่วทั้งโลก และได้นำเอาอันตรายอันใหญ่หลวงมาให้แก่มวลมนุษยชาติ สังคม มนุษย์โลกโดยทั้งหมดต้องได้รับผล กระทบจากความผิดพลาดต่างๆ เหล่านี้
         ในโงะโช่ "จดหมายตอบ นิอิ-อามะ"(นิชิ-อามะ โงะ-เซ็น-โงะเฮ็นจิ : Nii-ama gozen gohenji) นิชิเร็น ได้กล่าวเอา ไว้ว่า:

       ในตอนเริ่มต้นของสมัยธรรมปลาย บรรดาสงฆ์ผู้หมิ่นประมาทต่อธรรมนั้นจะมีอยู่เต็มโลกโดยตลอดทั่วทั้งหมด ดังนั้น บรรดาปวงเหล่าเทพธรรมบาลทั้งหลายทั้งปวงจึงพากันเกิดความโกรธจัด และดาวหางก็จะปรากฏตัวขึ้นมาในท้องฟ้า และพื้น โลกก็จะสั่นไหวคล้ายๆกับการเคลื่อนไหวของคลื่นยักษ์
                                                                                                                     (Gosho, p.764; MW-3, P.66)

         ดังนั้นเมื่อการหมิ่นประมาทต่อธรรมนั้นได้แทรกซึมแผ่ซ่านไปทั่วโลก (permeatures the world)ทำให้จิตใจของมนุษย์เต็ม ไปด้วยความชั่วร้ายและเมื่อปัจเจกบุคคลแต่ละคนๆ พากันให้การนับถือในคำสอนทั้งหลายและพระนักบวชทั้งหลายทั้งหมดต่าง พากันหันหลังให้แก่พุทธศาสนาแท้จริงเสียแล้ว ปวงเหล่าเทพธรรมบาลเทวะทั้งหลายทั้งปวงก็จะเกิดความโกรธจัด พวกท่านทั้ง หลายก็จะก่อให้เกิดมหันตภัยสามและวิบัติภัยเจ็ดขึ้น เพื่อเป็นการปลุกให้บรรดามนุษย์ทั้งหลายตื่นตัวและสำนึกรู้ได้ถึงการสร้าง เหตุซึ่งวิถีทางที่บรรดาพวกเขาทั้งหลายได้กระทำลงไปแล้วนั้น ว่าเป็นการก่อให้เกิดการหมิ่นประมาทต่อธรรมแท้จริง ทั้งยังเป็น การหมิ่นประมาทต่อธรรมแท้จริงอันหนักมหันต์ สาเหตุที่สองของการเกิดมหันตภัยสามและวิบัติภัยเจ็ดนั้น ก็คือเพราะจิตใจของ มนุษย์เกิดมีพิษสามชนิดเกิดขึ้นดาษดื่นทั่วไป
         นิชิเร็น ไดโชนิน ได้เคยเขียนเอาไว้ดังต่อไปนี้

       และยิ่งไปกว่านั้นในขณะนี้ ผู้อุทิศตัวให้ สัทธรรทปุณฑริกสูตร (The Lotus Sutra)ยังได้ปรากฏตัวของท่านออกมาทั้งนี้ก็ เพื่อว่าคนในประเทศญี่ปุ่น นอกจากบรรดาพวกเขาทั้งหลายจะมีความโง่เขลาแล้ว พวกเขายังเปิดโอกาสให้กับความโกรธแล้ว ยังโปรดปรานในคำสอนผิดๆ และมองดูคำสอนนั้นด้วยความเกลียดชัง ในประเทศซึ่งยาพิษสาม (แห่งความโลภ ความโกรธ และความหลงโง่เขลา) มีอยู่อย่างมากมายทั่วไป จนถึงขีดขั้นนั้นๆ แล้ว มันจะมีความสงบสุขสันติและความมั่นคงปลอดภัยได้ อย่างไรกัน ? โดยทั่วไปแล้วความเสื่อมโทรม มหันตภัยสาม จะต้องเกิดขึ้นมา เช่น มหันตภัยซึ่งเกิดขึ้นมาจากไฟ น้ำ และลม และในกกัปป์แห่งการถดถอยใกล้จะสิ้นสุดลง มหันตภัยสามก็จะเกิดขึ้นมา เช่นมหันตภัยแห่งไฟน้ำ และลม และในกัปป์แห่ง การลดน้อยถอยลง พิบัติภัยเล็กๆ น้อยๆ สามก็จะเกิดขึ้น ทุพภิกขภัยข้่าวยากหมากแพง โรคระบาด และสงคราม และทุพภิกข ภัยข้าวยากหมากแพง โรคระบาด และสงคราม และทุพภิกขภัยจะเกิดขึ้นมา เพราะความโลภกระหายอยาก โรคระบาดเกิดขึ้น จากผลของความโง่เขลา และสงครามก็จะเกิดตามมา อันเป็นผลของความโกรธ
                                                                                                                   (Gosho, p.1385; MW-37, P.187)

         ไดโชนิน สอนเอาไว้ว่า เมื่อโลกเต็มไปด้วย การหมิ่นประมาทต่อธรรมนั้น สามพิษซึ่งเกิดขึ้นมากจากความโลภ ความโกรธ และความหลงโง่เขลา ก็จะค่อยๆ มีอิทธิพลครอบงำเหนือกว่าเกิดขึ้นในหัวใจของมวลมนุษย์ เมื่อสามพิษเข้าไปอยู่ในชีวิตของมวล มนุษย์โดยทั่วไปปัจเจกบุคคลแต่ละคนๆ และประเทศชาติโดยทั้งหมดก็จะค่อยๆ เสื่อมสลายและตกลงไปสู่สภาวะแห่งความทุกข์ ทรมาน เกิดมีมหันตภัยสามซึ่งเล็กกว่า เช่นความอดอยากขาดแคลน ข้าวยากหมากแพง เกิดสงครามมีการรบราฆ่าฟันกัน และมีโรคระบาดเกิดขึ้นเป็นผลตามมา ยิ่งไปกว่านั้นใน โงะโช่ เรื่อง "ลางร้าย" (On Omens) (Zuiso Gosho) ไดโชนิน ได้กล่าว เอาไว้ว่าเอาไว้

       ถ้าจิตใจของประชาชนถูกครอบงำ และเข้าครอบครอง(สิง) อยู่โดยความชั่วร้ายแล้ว ก็จะเกิดมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ อันเป็นลางร้ายเกิดขึ้นในท้องฟ้า และเกิดมีวิบัติภัยอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ นานา เกิดขึ้นบนโลก
                                                                                                                   (Gosho, p.920; MW-4 P.151)

         ดังนั้น เพราะปริมาณของคนในสังคมผู้ซึ่งถูกแช่อยู่ในสามพิษทั้งนี้ก็เพราะผลของการหมิ่นประมาทต่อธรรมนั้นจะเจริญ เติบโตงอกงามขึ้นและเพราะการเผยแพร่คำสอนซึ่งเป็นการหมิ่นประมาทต่อธรรมแท้จริงเพิ่มมากขึ้นๆ วิบัติภัยทางธรรมชาติ และมหันตภัยทางธรรมชาติ และมหันตภัยต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นตามมาภัยแล้วภัยเล่าในทางกลัยกันประชาชนก็จะได้รับความทุกข์ ทรมานอย่างมากมายใหญ่หลวงยิ่ง

หลักคำสอนอันสำคัญเกี่ยวกับความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชีวิตและสิ่งแวดล้อมของมัน
(เอโช ฟุนิ) (Esho funi)
         พุทธศาสนากล่าวสอนเอาไว้ว่า มีความสัมพันธ์กันอย่างมั่นคง แนบแน่นของกฎแห่งเหตุและผล ระหว่างหัวใจของมนุษย์ และแผ่นดิน สิ่งนี้ถูกต้องวางรากฐานเอาไว้บนหลักสำคัญแห่งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแยกจากกันไม่ได้ของชีวิตและสิ่งแวด ล้อมของมัน (esho funi) หลักธรรมอันสำคัญยิ่งนี้เป็นการอ้างถึงการรวมตัวเข้าด้วยกันอย่างสอดคล้องกลมกลืนกันของอัตวิสัย ของบุคคลผู้นั้นเออง (Shoho) ซึ่งมีอยู่เป็นอยู่พร้อมกันเวลาเดียวกันกับสิ่งแวดล้อมนั้นๆ "ผืนแผ่นดิน" (eho)ซึ่งอยู่ล้อมรอบตัวของ พวกเรา
         ในโงะโช่ เรื่อง "ตัวตนแท้จริงของชีวิต" (The True Entity of Life) (โซโฮ จิสโส โช่ : Shoho jisso sho)ไดโชนินได้เขียน เอาไว้ว่า :

       สรรพสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลายทั้งปวง และสิ่งแวดล้อมทั้งหลายทั้งหมดของมัน ไม่ว่าจะอยู่ในโลกภูมิหนึ่งโลกภูมิใดในสิบโลก ภูมินั้น (Ten Worlds) โดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ เลย ล้วนเป็นการสำแดงปรากฏออกมาของเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว
                                                                                                                   (Gosho, p.664; MW-1, p.89)

         กล่าวอีกอย่างหนึ่ง โลกโดยทั้งหมดซึ่งพวกเราอาศัยอยู่แะบรรดาพวกเราทั้งหลายทั้งหมด ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในนั้น ล้วนเป็น การปรากฏตัวออกมาของเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว    ไดโชนินได้เคยอธิบายเอาไว้แล้วว่าทุกๆสิ่งทุกๆอย่างนั้นมีอยู่เป็นอยู่ได้ภายใน ธรรมอันเร้นลับมหัศจรรย์ (Mystic Law)ทั้งตัวตนแห่งจิตวิสัย (Subjective selves) ของเรา และสภาวะแวดล้อมทั้งหลายเหล่า นั้นล้วนมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันเป็นหนึ่งเดียวแยกจากกันไม่ได้ นิชิเร็น ไดโชนิน ยังได้เขียนเอาไว้ในโงะโช่เรื่อง "การเข้าถึงพุทธภาวะ" (On Attaining Buddhahood) (Issho jobutsu sho)

       ถ้าจิตใจของคนผู้นั้นไม่สะอาดบริสุทธิ์ ดินแดนของพวกเขาก็จะไม่บริสุทธิ์ด้วยเช่นกัน แต่ถ้าจิตใจของพวกเขาบริสุทธิ์ ดิน แดนของพวกเขาก็บริสุทธิ์ด้วยเช่นกัน ไม่ได้มีสองดินแดน สะอาดบริสุทธิ์ หรือไม่สะอาดไม่บริสุทธิ์ในตัวของมันเอง ความแตกต่างนั้นจะมีอยู่ได้เพียงในความดีและความชั่วร้ายของจิตใจพวกเราเท่านั้น
                                                                                                                   (Gosho, p.46; MW-1, p.4)

         ตรงนี้ไดโชนิน ได้เปิดเผยออกมาให้เห็นว่า ดินแดน (Land)"สิ่งแวดล้อม(เอโฮ-eho)"นั้นอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ไปได้โดยทางตรง (positively) หรือโดยทางอ้อม(negatively) สอดคล้องตรงกันกับคนที่อาศัยในสิ่งแวดล้อมนั้นๆ (The Subjective selves : โชโฮ-shoho)

ข้อสรุป (แล้วจะขจัดเอามหันตภัยสามและวิบัติภัยเจ็ดออกไปได้อย่างไรกัน)
         นิชิเร็น ไดโชนิน ได้เขียนข้อความตอนต่อไปนี้เอาไว้ในโงะโช่เรื่อง "เกี่ยวกับการชจัดมหันตภัยและวิบัติภัยต่างๆ ให้หมด สิ้นไปได้อย่างไรกัน" (Sainan taiji sho) นั้น ถูกวางรากฐานเอาไว้บนหลักคำสอนสำคัญเกี่ยวกับความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แยกจากกันไม่ได้ของชีวิตและสิ่งแวดล้อมของมัน

       ปุจฉา : มันจะเป็นไปได้โดยวิธีใด ในการที่จะขจัดเอามหันตภัยและวิบัติภัยต่างๆ เหล่านี้ให้หมดสิ้นไป
       วิสัชนา : ท่านต้องแก้ไขวิถีทางอันผิดๆ ของคนผู้ซึ่งหมิ่นประมาทต่อธรรมอันถูกถ้วนแท้จริง ถ้าท่านไม่ได้กระทำมันลงไป ให้ได้ดังนั้นแล้ว ท่านก็จะไม่สามารถขจัดมหันตภัยและวิบัติภัยต่างๆ เหล่านี้ให้หมดสิ้นไปได้ แม้ว่าท่านจะสวดอย่างไม่ยอมแพ้ ก็ตาม
                                                                                                                   (Gosho, p.198)

         จริงๆ แล้ว ทิศทางต่างๆเหล่านี้ก็คล้ายๆ กันกับแนวทางต่างๆ เหล่านั้นซึ่งได้เคยกล่าวเอาไว้แล้วใน "ริชโช่ อันโคคุรน"

       แทนที่จะมัวสวดมนต์ อธิษฐานขอนับหมื่นคำ แต่จะเป็นการดีกว่าเพียงแค่ประกาศออกมาว่าคำสอนอันชั่วร้ายนั้นเป็นสิ่ง ไม่ถูกต้องเป็นแหล่งต้นกำเนิดองความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ทั้งหลายทั้งหมด
                                                                                                                   (Gosho, p.241 ; MW-2, p.24)

         ข้อความต่อไปนี้มีอยู่ในโงะโช่ เพื่อชี้ให้เห็นว่า มหันตภัยสามและวิบัติเจ็ดนั้นจะถูกขจัดให้หมดสิ้นไปได้อย่างไรกัน ในโงะ โช่ เรื่อง "แก่นเนื้อแท้สาระสำคัญจำเป็นยิ่งของสัทธรรมปุณฑริกสูตร" (ฮกเขะ ชูโยโช่) (Hokke Shuyo sho) นิชิเร็น ไดโชนิน ได้กล่าวเอาไว้อย่างมั่นใจเด็ดเดี่ยวแน่นอนว่า :

       หลังจากประเทศตกลงสู่ความพินาศย่อยยับสับสนอลหม่านวุ่นวายเช่นว่านั้นแล้ว โจเกียว (Jogyo)และนักปราชญ์คน อื่นๆ ก็จะอุบัติขึ้นมาในโลกนี้ เพื่อสถาปนาก่อตั้ง สามหลักคำสอนอันสำคัญจำเป็นยิ่งอันจะขาดเสียมิได้ขึ้น แล้วเมียวโฮ เร็งเง เกียว ก็จะถูกเผยแผ่ไปเข้าไปในดินแดนต่างๆ ทั้งหลายทั้งหมดในสี่ทิศ จนตลอดทั่วทั้งสวรรค์และท้องทะเลบรรดามีอย่างแน่ นอน
                                                                                                                   (Gosho, p.739)

         ภายหลังการเกิดมหันตภัยและวิบัติภัยต่างๆ ขึ้นมาแล้ว ย่อมก่อให้เกิดความอลหม่านสับสนวุ่นวายในแผ่นดินนั้นๆ มหาโพธิสัตว์ทั้งสี่ ผู้เป็นนิมิตรที่ดีซึ่งบ่งบอกให้รู้ว่า นิชิเร็นไดโชนิน พระพุทธเจ้าแท้จริงดั้งเดิม(The True Buddha) ได้อุบัติขึ้นมา ในโลกนี้แล้ว ไดโชนินได้สถาปนาก่อตั้งพุทธศาสนาแห่งธรรมอันเร้นลับมหัศจรรย์ใหญ่ยิ่งสามประการแห่งคำสอนอันสำคัญจำ เป็นยิ่งอันจะขาดเสียมิได้ (The Three Great Secret Laws of the Essential Teaching) ผลที่ปรากฏขึ้นมาก็คือ นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว จะถูกเผยแผ่ไปอย่างกว้างไกลไปตลอดทั่วทั้่งโลก
         พวกเราจะต้องยึดมั่นศรัทธาเชื่อปฏิบัติตามพุทธวจนะอันเปรียบประดุจดั่งทองคำเหล่านี้ และคอยเฝ้ามองดูมหันตภัยสาม และวิบัติภัยเจ็ดว่าเป็นเสมือนสิ่งบอกล่วงหน้า ว่าจะเกิดมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นกับพุทธศาสนา โดยปรากฏออกมาให้เห็น ว่าได้ เกิดมีการเผยแผ่กว้างไกลออกไปของ ธรรมอันเเร้นลับมหัศจรรย์ใหญ่ยิ่งสามประการในสมัยธรรมปลาย(The Three Great Secret Law of the Essential Teaching)พวกเราจะต้องชัคคุบุคุมวลมนุษย์ทั้งหลายผู้ซึ่งกำลังทนทุกข์ทรมานจากการเข้าไป เกี่ยวข้องยึดมั่นศรัทธาเชื่อปฏิบัติตามศาสนาต่างๆ และยึดติดอยู่กับอุดมการณ์ความเชืื่อที่ผิดๆ และไม่สูงพอ พวกเราจะต้องเผย แผ่พุทธศาสนาแท้จริง(The True Buddhism) ของนิชิเร็น ไดโชนิน ซึ่งจะเป็นผลทำให้พวกเราสามารถป้องกันการเกิดโศกนาฏ กรรมต่างๆ อันเกิดขึ้นมาจากการที่มนุษย์เป็นผู้ก่อให้เกิดขึ้นเอง และมนุษย์เองก็จะต้องได้รับมหันตภัยและวิบัติภัยต่างๆ อันเกิด ขึ้นมาจากธรรมชาติ ยิ่งไปกว่านั้น พวกเราจะสามารถทำให้โลกของเราเกิดความสงบสุขสันติได้อย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้มวล มนุษย์ทั้งหลายทั้งหมดจะสามารถนำมาซึ่งความสามารถอันใหญ่ยิ่งมากที่สุด และมีชีวิตอันเต็มไปด้วยความสุขร่าเริงเบิกบานใจ
         การที่จะทำให้สิ่งนี้สำเร็จลุล่วงไปได้นั้น พวกเราทั้งหลายจะต้องยึดมั่นศรัทธาเชื่อและปฏิบัติตามพุทธศาสนาแท้จริง โดย ต้องหยุดการกระทำอันเป็นการหมิ่นประมาทธรรมอันถูกต้อง และเผยแผ่คำสอนอันถูกต้องของ นิชิเร็น ไดโชนิน ซึ่งเป็น พุทธศาสนาแท้จริง(The True Buddhism) ให้กว้างไกลออกไปจนตลอดทั่วทั้งสังคม ขอให้พวกเราแต่ละคนจงสำนึกรู้ให้ได้ว่า พวกเรามีภารกิจหน้าที่อันใหญ่ยิ่ง และต้องการความรับผิดชอบในการที่จะทำให้การโคเซ็นรุฝุให้สำเร็จลุล่วงไปได้ ขอให้พวกเรา ทั้งหลายทั้งหมดจะร่วมมือร่วมใจสามัคคีปรองดองกัน ในการที่จะทำให้สงฆ์และฆราวาสได้เข้าถึงการทำให้เป้าหมายอันนี้ได้ สำเร็จลุล่วงเป็นจริงขึ้นมาให้ได้โดยเร็วที่สุด