“จงอย่าหมดกำลังใจ เพียงเพราะว่าคุณไม่ได้รับความสุขปราบปลื้มยินดีปรีดาในความสะดวกสบาย และความมั่นคงปลอดภัยใน ชีวิตชาตินี้”
ข้อความตอนนี้มาจาก
โงะโช่ เรื่อง
"การเปิดดวงตา"
“จงอย่าได้มีความสงสัย เพียงเพราะว่าสวรรค์ไม่ได้ให้การปกป้องคุ้มครองคุณ จงอย่าหมดกำลังใจ เพราะว่าคุณไม่ได้รับ ความสุขปลาบปลื้มยินดปรีดาในความสะดวกสบาย และความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตชาตินี้”
เพราะนับตั้งแต่คุณได้เข้าศรัทธา คุณก็ได้ถูกสอนว่า โดยความศรัทธาในพุทธศาสนาของ ไดโชนิน พระพุทธเจ้าแท้จริงดั้ง เดิมคุณจะสามารถ พัฒนาชีวิตแห่งความสุขสงบสันติ และความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตชาตินี้และมีสภาพแวดล้อมที่ดีในชีวิตชาติหน้า
ในอีกแง่หนึ่ง ข้อความใน
“จดหมายถึงสองพี่น้อง” สอนว่า :
“ในขณะที่การปฏิบัติก้าวหน้าไป และความเข้าใจค่อยๆเจริญเติบโต อุปสรรค 3 และ มาร 4 ก็จะโผล่ออกมาทันทีทันใดแย่งชิง กันและกัน เข้าขัดขวาง”
ดูจากจเหมายซึ่ง
ชิโจคิงโกะ ได้ส่งไปให้
ไดโชนิน พระพุทธเจาแท้จริงดั้งเดิม ความว่า :
“กระผมได้ปฏิบัติพระสูตรนี้อย่างถูกต้อง นับตั้งแต่ปีกลายเมื่อท่านได้บอกแก่กระผมว่า คนเหล่านั้นผู้ซึ่งยึดมั่นเชื่อปฏิบัติตาม พระสูตรนี้ ก็จะมีความสุขปลาบปลื้มยินดีปรีดาในความสุขสงบสันติและมั่นคงปลอดภัยในชีวิตชาตินี้ และมีสภาพแวดล้อมที่ดีในชีวิต ชาติหน้า แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้นกระผมกลับได้รับความยากลำบากต่างๆมากมายอย่างท่วมท้น” (MW 1,-127)
ในอีก
โงะโช่ หนึ่ง นิชิเร็น ไดโชนิน เขียนเอาไว้เกี่ยวกับเรื่องความศรัทธาของคนในสมัยนั้น :
มีคนอยู่มากมายที่ศรัทธาในคำสอนนี้ แต่เพราะว่าได้เกิดมีการข่มเหงตามจองล้างบีฑาธรรมอันใหญ่ยิ่งเกิดขึ้นทั้งจากทาง ราชการและจากที่อื่นๆ ต่ออาตมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ว่าคนทังหลายเหล่านั้นได้เคยปฏิบัติตามอาตมาเป็นเวลาหนึ่งหรือสองปี หลายๆ คนในบรรดาพวกเขาต่อมาก็ได้ละเลิกทิ้งศรัทธาของพวกเขาไป และบางคนก็ถึงขั้นแว้งกลับมาเป็นศัตรูต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตร บาง คนในบรรดาพวกเขาจากภายนอกดูเหมือนจะยังปฏิบัติอยู่ แต่ก็มีความสงสัยซ่อนเร้นอยู่ในหัวใจของพวกเขา ในขณะที่คนอื่นๆอาจ ยังคงมีความเชื่ออยู่ในหัวใจ แต่ได้ละทิ้งการปฏิบัติของพวกเขาไปเสียแล้ว (MW 3,-287)
[ การปฏิบัตินั้น คือ การบำเพ็ญพุทธมรรค ศรัทธา ปฏิบัติ และศึกษา ให้ครบถ้วน]
เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด ในชีวิตของ ไดโชนิน พระพุทธเจ้าแท้จริงดั้งเดิม นั้นเป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยการถูกข่มเหงตามจองล้างอัน ใหญ่ยิ่งเกิดขึ้นแล้วเกิดขึ้นอีก
“การข่มเหงตามจองล้างเล็กๆน้อยๆ และคอยเฝ้ารบกวนทำให้รำคาญใจต่างๆนั้น มีอยู่มากมายจนไม่อาจนับได้อีกด้วย แต่การ ข่มเหงตามจองล้างบีฑาธรรมที่ใหญ่ๆนั้นมีอยู่ 4 ครั้ง”
สานุศิษย์และผู้เคยสนับสุนของท่าน เริ่มต้นเกิดความสงสัยคิดไปว่าพุทธศาสนาของ
ไดโชนิน พระพุทธเจ้าแท้จริงดั้งเดิม ว่าไม่ สอดคล้องตรงกันกับพุทธประสงค์ ดังจะเห็นได้จาก
“จดหมายตอบท่าน ฮาขิริ ซาบุโระ” ไดโชนิน ได้กล่าวถึงความสงสัยของพวกเขา :
...แม้ว่าเขาจะเรียกตัวเขาเองว่าผู้อุทิศตัวให้แก่ สัทธรรมปุณฑริกสูตร ด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง มนุษย์ยังทำให้สงฆ์ นิชิเร็น ไดโชนิน ต้องพบกับความยากลำบากต่างๆ นานา มากมาย ? คนทั้งหลายจึงพากันกล่าวว่ามันคงเป็นเพราะคำสอนของเขาไม่สอด คล้องตรงกันกับพุทธเจตนารมณ์ (MW 6,-38)
ยังมีสานุศิษย์มากมายหลายคนผู้ซึ่ง :
ไม่เพียงแต่จะละทิ้ง สัทธรรมปุณฑริกสูตร แต่ตามความเป็นจริงแล้วพวกเขาคิดว่า พวกเขาเองฉลาดมากพอที่จะชี้แนะ นิชิเร็น (MW 1, -42)
เหมือนดังที่
นิชิเร็น ไดโชนิน พระพุทธเจ้าแท้จริงดั้งเดิม กล่าวเอาไว้แล้วว่า แท้จริงแล้วก็เป็นเพราะว่าธรรมอันเร้นลับมหัศจรรย์ นั้น
“ง่ายที่จะยอมรับ แต่ยากที่จะยึดถือ” ยังมีกล่าวเอาไว้ในบทที่ 10 ของ
สัทธรรมปุณฑริกสูตร อีกว่า “ยากที่จะเชื่อ ยากที่จะเข้าใจ” และมีกล่าวไว้ในบทที่ 11
“การปรากฏออกมาเป็นจินตภาพอันน่ากลัวน่าเกรงขามของหอรัตนสมบัติ”
สาเหตุและธรรมชาติของความยากลำบากต่างๆ
1) สาเหตุของความยากลำบาก ก็คือ
ความมืดขั้นมูลฐานซึ่งเป็นรากฐานของความโลภทางโลกียวิสัย เช่น
พญามาราธิราชแห่ง สวรรค์ชั้นที่ 6 จะดักซุ่มคอยท่าคนทั้งหลายทั้งปวง อยู่ในทุกหนทุกแห่งทั้ง
ภายใน และ
ภายนอก มันจะทำหน้าที่ออกมาในวิถีทางต่างๆ มากมายหลายทาง :
1.1 เพื่อกีดกันไม่ให้มีการปฏิบัติศรัทธาต่อไป
1.2 เพื่อคอยขัดขวางคนผู้นั้น ไม่ให้สะสมคุณธรรมซึ่งได้มาจากการเทิดทูนบูชายอมมอบตัวให้แก่
สัทธรรมปุณฑริกสูตร
1.3 คอยข่มขู่ ผู้อุทิศตัวให้แก่
ธรรมอันเร้นลับมหัศจรรย์
1.4 รังเกียจ และเกลียด
การบรรลุพุทธภาวะ
1.5
คอยทรมาน ข่มเหง ตามจองล้าง ผู้นับถือทั้งหลาย ใน
ธรรมนิพนธ์ เรื่อง
“การตอบแทนบุญคุณ” ไดโชนิน พระพุทธเจ้า แท้จริงดั้งเดิม บรรยายเรื่องนี้เอาไว้ว่าเป็นเสมือน
“การทำสงครามระหว่าง พระพุทธเจ้า และ ราชาแห่งมาร”