Javascript Menu by Deluxe-Menu.com
   สาธกนิยาย
กลับหน้าหลักสาธกนิยาย



สาธกนิยาย เรื่อง สมุนไพรสามชนิดที่ใช้เป็นยาและต้นไม้สองชนิด
(The Parable of the Three Kinds of Medicinal Herbs and Two Kinds of Trees)
(Sanso nimoku no tatoe)

(1)คำนำ

            วันนี้การบรรยายธรรมของอาตมาเป็นเรื่อง "สมุนไพรสามชนิดที่ใช้เป็นยาและต้นไม้สองชนิด" ซึ่งอยู่ในบทที่ 5 (ยาขุโซยุ : Yakusoyu)ของ สัทธรรมปุณฑริกสูตร ก่อนจะมาถึงสาธกนิยายเรื่องนี้ ผู้ใหญ่ยิ่งทั้งสี่แห่งโลกภูมิสาวก(Learning)อันได้แก่ สุภูติ กัจจายะ มหากัสสปะ และ โมคคัลลานะ(Subhuti, Katyayana Mahakashyapa and Maudgalyayana) : ต่างเคยได้ยินสาธก นิยายเรื่อง รถลากสามคันและบ้านซึ่งกำลังถูกไหม้ไฟ (The Three Carts and the burning House)ซึ่งปรากฏอยู่ในสาธกนิยาย (Parable Hiyu : third Chapter of the Lotus Sutra) พวกเราต่างพากันเข้าใจกันโดยทั่วๆ ไปว่าคำสอนต่างๆ ซึ่งถูกเทศนาสอน เอาไว้โดยแยกต่างหาก ทั้งนี้ก็เพื่อทำให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้นซึ่งอยู่ใน โลกภูมิสาวก โลกภูมิปัจเจก โลกภูมิโพธิสัตว์ล้วนเป็น คำสอนอันเป็นกุศโลบาย พวกเราทั้งหลายยังจะต้องเข้าใจต่อไปอีกด้วยว่าคำสอนเอกยานของ สัทธรรมปุณฑริกสูตรนั้นล้วนแทน สัจธรรม หลังเทศนาสอนสาธกนิยายเรื่องมหาเศรษฐีและลูกลายผู้ยากจนของเขาแล้ว ท่านก็เริ่มต้นอธิบายให้คนทั้งหลายได้เข้าใจ เอาไว้ในบทที่ 4 ชินเงะ เกี่ยวกับเรื่อง ความเชื่อและความเข้าใจ เมื่อสกธกนิยายเรื่องนี้ได้ถูกอธิบายโดยละเอียดไว้แล้ว พวกเขาทั้ง หลายก็เกิดความเชื่อมั่นใจในความเข้าใจของพวกเขาเกี่ยวกับความสำคัญของสกธกนิยายฉบับนั้น แล้วพระพุทธเจ้าก็อธิบายให้รู้ ถึงสาธกนิยายอีกฉบับหนนึ่ง เรื่อง สมุนไพรสามชนิดที่ใช้เป็นยาและต้นไม้สองชนิด ในบทที่ว่าด้วนยาสมุนไพร อันเป็นการช่วยทำ ให้ความเข้าใจของพวกเขาเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นไปอีก


(2) สามชนิดของสมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยาและสองชนิดของต้นไม้นั้น คืออะไร
            สามชนิดของสมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยานั้นชี้ส่อความหมายออกมาว่าสมุนไพรนั้นทีฤทธิ์เป็นยาซึ่งออกฤทธิ์ต่างๆ กัน เช่น มี ฤทธิ์อ่อนกว่า ฤทธิ์ปานกลาง และฤทธิ์สูงกว่า สองชนิดของต้นไม้นั้นชี้ส่อความหมายเอาไว้ดังต่อไปนี้
       1.การก่อตัวขึ้นมาของก้อนเมฆตลอดทั่วท้องฟ้านั้นเป็นเตร่ืองหมายแสดงการอุบัติขึ้นมาของพระพุทธเข้า
       2. ฝนซึ่งตกลงมานั้นชี้ส่อความหมายให้รู้ว่าคำสอนต่างๆ ของพระพุทธเจ้าซึ่งพระพุทธเจ้าได้เคยเทศนาสอนเอาไว้แก่มวล มนุษย์นั้นไม่มีความลำเอียง
       3. สมุนไพรซึ่งมีฤทธิ์อ่อน ฤทธิ์ปานกลาง และมีฤทธิ์แรงมาก และต้นไม้ต้นเล็กๆ และต้นใหญ่นั้นแทนความแตกต่างกันใน ความสามารถของมนุษย์
            โลกของเพราประกอบขึ้นด้วยภูเขา แม่น้ำ หุบเขา และที่ราบทั้งหลายเหล่านี้ล้วนถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ใบหญ้านานาชนิด ที่ลุ่มใกล้ๆ แม่น้ำและผืนป่า มีต้นสมุนไพรซึ่งมีฤทธิ์เป็นยารักษาโรคนานาชนิดมากมาย ฝนจะ ตกลงบนพื้นภูมิประเทศต่างๆ กัน เหล่านี้ ซึ่งจะถูกปกคลุมด้วยต้นหญ้า และต้นไม้นานาชนิดแตกต่างกันออกไป ฝนตกลงให้เกิดความชุ่มฉ่ำอย่างไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ไม่มีการแบ่งแยกความดีเลวในทุกๆ สิ่ง ทุกๆ อย่าง แม้ว่าจะมีความแตกต่างกันไปในบรรดาต้นไม้ที่มีคุณสมบัติเป็นยาสมุนไพรก็ ตามมีฤทธิ์น้อยบ้าง ปานกลางบ้าง และฤทธิ์รุนแรงบ้าง และในบรรดาต้นไม้เล็กหรือไม้ใหญ่ ฝนก็ตกลงมาให้แบบไม่มีความลำเอียง แต่มันจะทำให้พื้นดินโดยตลอดทั่วทั้งหมดชุ่มฉ่ำ
            อย่างไรก็ตาม ต้นหญ้า ต้นไม้ก็ได้รับฝนเดียวกันนี้ไปตามธรรมชาตินั้น ก็เป็นการแสดงความไม่ลงรอยกันในบรรดาพวก มันเอง มันจะแตกต่างกันทั้งในด้านขนาดและในสภาวะแวดล้อมซึ่งมันเจริญงอกงามเติบโตขึ้นมา ทั้งๆ ที่ฝนก็ตกลงมาจากเมฆก้อน เดียวกัน จำนวนน้ำฝนที่ต้นไม้ได้รับมานั้นเป็นตัวตัดสินการเจริญเติบโตขึ้นมาของมัน ในอัตราการเจริญเติบโตซึ่งแตกต่างกันออก ไปจากต้นอื่นๆ
            ความไม่ลงรอยกัน ไม่ตรงกันก็มีอยู่ในความศรัทธาและในการปฏิบัติของพวกเรา มีใครบางคนในบรรดาพวกท่่านทั้งหลาย อาจเกิดมีความรู้สึกออกมาจากการมองเห็นซึ่งมีความแตกต่าง ไม่สอดคล้องลงรอยกันเลยในด้านของปริมาณของกุศลผลบุญซึ่ง ท่านทั้งหลายแต่ละคนแต่ละคนจะได้รับมา แม้ว่าบรรดาพวกท่านจะมีการยึดมั่นศรัทธาปฏิบัติคล้ายๆ กันก็ตาม ในสาธกนิยายเรื่อง สมุนไพรสามชนิดที่ใช้เป็นยาและต้นไม้สองชนิด พระพุทธเจ้าได้อธิบายให้เข้าใจถึงธรรมชาติอันเป็นแก่นเนื้อแท้สาระสำคัญจำเป็น ยิ่งอันจะขาดเสียมิได้ในเรื่องการมีความแตกต่างกันไปต่างนานานประการ

(3) ความสำคัญของสาธกนิยายเรื่องสมุนไพรสามชนิดที่ใช้เป็นยารักษาโรคและต้นไม้สองชนิด
            สาธกนิยายฉบับนี้ได้อธิบายเอาไว้ว่ามีคำสอนซึ่งสำคัญจำเป็นยิ่งอันจะขาดเสียมิได้ของพระพุทธเจ้า แต่ในขณะเดียวกันก็ มีความสามารถแตกต่างกันออกไปอยู่มากมาย บรรดาคนทั้งหลายเหล่านี้ผู้ซึ่งไม่สามารถเข้าใจได้่ว่ามีคำสอนสำคัญยิ่งอันจะขาด เสียมิได้ของพระพุทธเจ้าอยู่เพียงคำสอนหนึ่งและเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นยิ่งไปกว่านั้น ความเข้าใจของบรรดาพวกเราทั้งหลายนั้นยัง ก่อให้เกิดกรรมอันเป็นผลลัพธ์อันใหญ่หลวงขึ้นตามมา จากการก่อกรรมและจากความโลภทางโลกียวิสัยเกิดขึ้นในบรรดาปัจเจก บุคคลแต่ละคนๆ ในบรรดาพวกเขาทั้งหลายเอง
            พระพุทธเจ้าทรงใช้กุศโลบายนานาประการในความพากเพียรพยายามจนสุดกำลังของพระพุทธองค์ เพื่อที่จะช่วยทำให้ บรรดามนุษย์ทั้งหลายทั้งหมดได้หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมาน ในคำสอนแท้จริงของพระพุทธเจ้านั้นประกอบกันขึ้นเป็นหลักคำสอน หนึ่งและเพียงหนึ่งเดียว กุศลผลบุญของคำสอนแท้จริงหนึ่งเดียวนี้เปรียบได้กับฝนที่ตกลงมาโดยไม่เลือกที่รักมักที่ชังให้แก่มวล มนุษย์ทั้งหลายทั้งปวง อย่างไรก็ตามความสามารถของมนุษย์ทั้งหลายทั้งหมดนั้นย่อมแตกต่างกันออกไป และเพราะฉะนั้นผู้รับคำ สอนแท้จริงทั้งหลายเหล่านั้น ต่างก็พากันตีความหมายของมันออกไปแตกต่างกันด้วย ยิ่งไปกว่านั้นกุศลผลบุญทั้งหลายนั้นก็จะถูก สำแดงปรากฏออกมาแตกต่างกันออกไปด้วยเช่นกันในบรรดาคนแต่ละคนๆ :
            แม้ว่าสภาวะการณ์ต่างๆ นั้นโดยผิวๆ เผินๆ แล้วจะดูเหมือนว่าแตกต่างกันออก แต่ผลที่ได้รับมานั้นกลับกลายเป็นว่ามวล มนุษย์ชาติทั้งหลายทั้งหมดก็จะถูกนำทางไปสู่การเข้าถึงการรู้แจ้งเห็นจริงได้อย่างเท่าเทียมกันโดยทั้งหมด
            ความสำคัญของสาธกนิยายเรื่องสมุนไพรสามชนิดที่ใช้เป็นยา และต้นไม้สองชนิดนั้นอาจถูกอธิบายออกมาให้เข้าใจได้ เป็นสองทางด้วย
            หนทางแรก คำสอนของพระพุทธเจ้านั้น โดยแก่นเนื้อแท้สาระสำคัญจำเป็นยิ่งอันจะขาดเสียมิได้นั้น มีเพียงหนึ่งและเพียง หนึ่งเดียวเท่านั้น และเท่าเทียมกัน เหมือนกับน้ำฝนซึ่งจะตกลงมาจากก้อนเมฆใหญ่มหึมาก้อนเดียวกัน
            หนทางที่สอง ประชาชนทั้งหลายล้วนมีความแตกต่างอยู่อย่างมากมายเสมือนต้นสมุนไพรซึ่งมีคุณสมบัติทางยา และต้นไม้ สองชนิดพวกเราจึงอาจสรุปลงได้ว่าในตอนเริ่มต้นนั้น พระพุทธเจ้าได้อธิบายให้เห็นว่าธรรมนั้นสอดคล้องตรงกันกับความสามารถ ของประชาชน อย่างไรก็ตามโดยธรรมดาพุทธองค์ก็จะสามารถทำให้คนทั้งหลายทั้งหมดได้เข้าถึงพุทธภาวะ(Buddhahood)ได้โดย เท่าเทียมกัน ไม่มีความลำเอียง กล่าวอีกอย่างหนึ่งแม้จะไม่มีความแตกต่างกันออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัดเป็นพิเศษ และไม่มีความ ขัดแย้งไม่ลงรอยกันเลยในคำสอนต่างๆ ซึ่งได้เคยเทศนาสอนเอาไว้แล้ว โดยพระพุทธเจ้าก็ตาม แต่ก็มีความแตกต่างกันในตัว บุคคลแต่ละคนๆ ผู้ซึ่งอยู่ตอนปลายทางของการได้รับคำสอนต่างๆ เหล่านี้อย่างมากมาย
            ความสำคัญของสาธกนิยายเรื่องนี้ไม่ได้มุ่งจุดสนใจไปที่ความแตกต่างกันในบรรดาคนทั้งหลายเหมือนดังได้ยกตัวอย่าง เอาไว้แล้วโดยการสร้างจินตนาการออกมาเป็นต้นหญ้าสามประเภท และต้นไม้สองชนิด ตามความเป็นจริงแล้วมันได้เปิดเผยออก มาให้เห็นถึงเหตุผลที่มีอยู่ในคำสอนของพระพุทธเจ้าเกี่ยวกับหลักธรรมคำสอนต่างๆ มากมายของพระพุทธองค์ เช่นหลักคำสอน เกี่ยวกับ ตรียาน(Three Vehicles)โดยแก่นเนื้อแท้สาระสำคัญแล้วสาธกนิยายเรื่องนั้นอธิบายให้เห็นถึงความแตกต่างซึ่งมีอยู่ใน บรรดาคนทั้งหลาย แม้กระนั้นก็ตามภายใต้สภาวะต่างๆ เหล่านี้ ธรรมนั้นก็ได้ถูกเทศนาสอนให้ทุกๆ คนอย่างไม่มีความลำเอียง ธรรมนี้ไม่ได้เป็นสิ่งอื่นใดนอกจากจะเป็นสัทธรรมปุณฑริกสูตรซึ่งสามารถทำให้มวลมนุษย์ทั้งปวงได้รับกุศลผลบุญอันสูงสุดประเสริฐ สุดของการเข้าถึงการรู้แจ้งเห็นจริงโดยเสมอภาคกัน
            ตรงนี้สัทธรรมปุณฑริกสูตรนั้น มีจุดมุ่งหมายอยู่ที่หลักคำสอนสำคัญซึ่งได้ถูกเทศนาสอนเอาไว้โดยพระศากยมุนีพุทธะใน ประเทศอินเดีย อย่างไรก็ตามในสมัยธรรมปลายแล้วสัทธรรมปุณฑริกสูตรนั้นเป็นการอ้างอิงคำสอนของ นิชิเร็น ไดโชนิน พวกเรา จึงต้องเข้าใจให้ได้วา่มันเป็นการชี้ส่อความหมายให้เห็นถึงไม่ใช่ส่ิงอื่นใดนอกจากจะต้องเป็น ได-โงะฮนซน แห่ง มหาบรมปูชนีย สถานอันศักดิ์สิทธิ์แห่งพุทธศาสนาแท้จริง(The High Sanctuary of True Buddhism)

(4) สัทธรรมปุณฑริกสูตรและคำสอนต่างๆ ของนิชิเร็น ไดโชนิน
            ใน"คำสอนซึ่งถูกส่งต่อมอบปากเปล่า"(Orally Transmitted Teachings) (องงิคุเด็น : Ongi kuden) ไดโชนิน กล่าวเอาไว้ดังต่อไปนี้ :
            ขณะปัจจุบันนี้ เมื่อ นิชิเร็น และสานุศิษย์ทั้งหลายของเขาสวด นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว ความแตกต่างทั้งหลายก็ถูกเพิก ถอน ทิ้งออกไป ทั้ง 28 บทก็ถูกเผยแพร่ออกไป ไม่มีความแตกต่างใดๆ เลย แม้แต่ตัวอักษรห้าตัว ของธรรมอันเร้นลับมหัศจรรย์นั้น ก็ไม่ได้แตกต่างกัน (ในบรรดาคนทั้งหลาย)(Gosho. p.1741)
            เมื่อถูกนำเอามาเปรียบเทียบกับพุทธศาสนาของ นิชิเร็น ไดโชนิน แล้ว สัทธรรมปุณฑริกสูตร 28 บทนั้น ก็ยังคงบรรจุเอา หลักคำสอนต่างๆ ซึ่งแตกต่างกันออกไปในบรรดาคนทั้งหลาย พุทธศาสนาของศากยมุนีพุทธะนั้นถูกเทศนาสอนเอาไว้โดยมีวัตถุ ประสงค์อันเหมาะอันควรบางประการสำหรับคนทั้งหลายเหล่านั้น ผู้ซึ่งได้รับเมล็ดของพระพุทธศาสนามาแล้วในอดีต และเหมาะกับ ผู้ซึ่งเคยได้เก็บรวบรวมสะสมกรรมที่ดีๆ เอาไว้แล้ว อย่างไรก็ตามพุทธศาสนาของ นิชิเร็น ไดโชนินจะคอยช่วยปัจเจกบุคคลทั้งหลาย ทั้งปวงให้หลุดจากความทุกข์ได้อย่างเท่าเทียมกันเพราะฉะนั้นหลักคำสอนทั้งหลายของ ไดโชนิน จึงไม่แตกต่างกันเลยในบรรดาคน ทั้งหลายทั้งหมด

            คนทั้งหลายทั้งหมดในสมัยธรรมปลาย(The Latter Day of the Law)ล้วนสามารถยึดมั่นศรัทธาปฏิบัติตาม โงะฮนซน ได้อย่างเท่าเทียมกัน และโดยการสวดไดโมขุอย่างสัตย์ซื่อจริงใจก็สามารถจะสะสางชำระล้างบาปกรรมทั้งหลายทั้งหมดซึ่งเคยได้ก่อ กรรมเอาไว้แล้วตั้งแต่อดีตกาลอันแสนยาวไกล และสามารถเอาชนะก้าวข้ามความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ของบรรดาพวกเขาทั้ง หลายไปได้ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังจะสามารถสะสมกุศลผลบุญญมากมายจนไม่อาจหยั่งวัดได้ จึงไม่อาจมีความแตกต่างใดๆ โดย สิ้นเชิงอยู่ตรงนี้ ไม่มีการเลือกที่รักมักที่ชังในบรรดาคนทั้งหลายทั้งปวง ไม่ได้ใช้มาตรวัดจากตำแหน่งฐานะทางสังคมของคนทั้ง หลายมาเป็นการเลือกปฏิบัติ คนทั้งหลายทั้งปวงสามารถที่จะสะสมบุญวาสนาได้ตลอดไป จากการได้รับความเมตตากรุณาของ โงะฮนซนอย่างเท่าเทียมกัน

(5) ความแตกต่างกันในทางพุทธศาสนา
            แล้วทำไมจึงได้นำเอาความแตกต่างต่างๆ ทั้งหลายเหล่านั้นมาใช้เป็นตัวอย่างอันถูกต้อง โดยการใช้สมุนไพรสามชนิด และต้นไม้สองชนิดซึ่งมีอยู่ในโลกนี้เล่า? นิชิเร็น ไดโชนิน ได้เขียนข้อความดังต่อไปนี้เอาไว้ในโงะโช่เรื่อง "การเปิดดวงตา ตอนที่ สอง" (ไคโมขุโช่ เงะ)(Kaimoku sho ge) :
            ชินชิคัน สุตรา (The Shinjikan Sutra) กล่าวเอาไว้ว่า "ถ้าเธอต้องการที่จะเข้าใจให้ได้ถึงเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งเคยเป็นอยู่ มีอยู่ในอดีต ก็จงดูผลซึ่งเกิดขึ้นเหมือนดังที่มันได้ถูกสำแดงปรากฏออกมาในขณะปัจจุบัน และถ้าเธอต้องการที่จะเข้าใจว่าผลต่างๆ ที่จะถูกทำให้สำแดงปรากฏออกมาในอนาคตก็จงดูที่เหตุต่างๆ ซึ่งมีอยู่ในขณะปัจจุบัน" (Gosho, p. 571; MW-2, p. 197)
            มีเหตุก็มีผลอยู่แล้วอย่างแน่นอนว่าทำไม ต้นพืชสมุนไพรเล็กๆ จึงเกิดขึ้นมาในโลกใบนี้ ในรูปร่างเฉพาะเจาะจงเป็นพิเศษ ของมัน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีอีกเหตุผลอยู่อีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไมต้นไม้ใหญ่ จึงได้ปรากฏออกมาในรูปแบบของมัน ความแตกต่างต่างๆ จะได้ถูกทำให้สำแดงปรากฏออกมาในชีวิตนั้นก็เป็นผลอันเกิดจากเหตุต่างๆ ทั้งหลายทั้งหมดซึ่งก่อเอาไว้แล้วในอดีตชาติ
            ในพุทธศาสนาแท้จริงของนิชิเร็น ไดโชนิน นั้น ให้คุณประโยชน์ต่างๆ นานาเหมือนดัง เช่น ฝนซึ่งตกลงมาบนโลกของเรา นั้นโดยไม่มีความลำเอียง
            มันจะตกลงมาให่แก่มวลมนุษย์ทั้งหลายทั้งปวง โดยไม่คำนึงถึงสภาวะแวดล้อมต่างๆ ในชีวิตของพวกมัน สมุนไพรต้น เล็กๆ และต้นไม้ใหญ่ๆ นั้นแตกต่างกันในรูปทรงของมัน และในการผลิดอกออกผล แต่ทั้งหลายทั้งหมดนั้นก็จะได้รับการหล่อเลี้ยง บำรุงด้วยน้ำฝนอย่างเท่าเทียมกัน ต้นไม้ใบหญ้าทั้งหลายเหล่านี้เจริญเติบโตและผลิดอกออกผลของมันออกมาอย่างสวยสดงดงาม พวกเราจึงต้องมีความเชื่อแน่มั่นใจให้ได้ว่า มีวิถีทางอยู่เพียงหนทางเดียวเท่านั้นในการที่คนทั้งหลายเหล่านั้นจะนำเอาชีวิตของ พวกเขาทั้งหลายมาตั้งไว้บน ได-โงะฮนซน และปฏิบัติสวดมนต์งนเกียว(Gongyo)ให้สำเร็จลุล่วงไปในแต่ละวันๆ และมอบถวาย ชีวิตของพวกเขาทั้งหลายเอง ให้แก่การปฏิบัติเผยแผ่ธรรมชัคคุบุคุให้สำเร็จลุล่วงไป ก็จะทำให้พวกเขาสามารถบรรลุถึงการรู้แจ้ง เห็นจริงได้​โดยไม่พลาดอย่างแน่นอนที่สุด ได้รับกุศลผลบุญอันมากมายใหญ่หลวงสุดที่จะหยั่งวัดได้มาจาก นัม-เมียวโฮ-เร็งเง -เกียว

(6) สรุป
            ในโงะโช"การหมิ่นประมาทธรรม 14 ข้อ" (The Fourteen Slanders) "มัตสึโนะ โดะโนะ โงะเฮนจิ" (Matsuno dono Gohenji) นิชิเร็น ไดโชนิน ได้เขียนเอาไว้ว่า :

            ความแตกต่างระหว่างกุศลผลบุญทั้งหลายซึ่งได้รับมาเมืื่อนักปราชญ์ผู้หนึ่งสวดไดโมขุ และกุศลผลบุญซึ่งได้รับมาในขณะ เมื่อพวกเราสวดมันนั้นใหญ่หลวงมากสักเพียงใด ? ตอบว่า คนๆ หนึ่งนั้นไม่มีหนทางใดเลยจะดีกว่าเหนือกว่าคนอื่นๆ (Gosho, p. 1045; MW-3, p. 207)

            อย่างแน่นอนเด็ดขาดไม่มีความแตกต่างกันในกุศลผลบุญต่างๆ ที่จะได้รับมาระหว่างไดโมขุซึ่ง นิชิเร็น ไดโชนิน ได้สวด ออกมา และไดโมขุ ซึ่งพวกเราสวด นิชิเร็น โชชู นั้นเป็นศาสนาเพียงศาสนาเดียวเท่านั้นซึ่งบรรจุเอาคำสอนซึ่งกุศลผลบุญต่างๆ ซึ่งได้รับมาจากการสวดไดโมขุ นั้นจะได้มาเท่าๆกัน กล่าวยืนยันเอาไว้ว่า ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธเจ้าหรือมนุษย์ปุถุชน

            ในการประชุมสวดไดโมขุเมื่อวันที่ 22 มกราคม ปีนี้ (ค.ศ. 2005) สังฆนายกนิคเค่น โชนิน ของเราได้กล่าวเอาไว้ว่า :
            เมื่อบุคคลๆ หนึ่งปฏิบัติบำเพ็ญสวดไดโมขุ นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เกียว อย่างสม่ำเสมอ ข้อพิสูจน์ของธรรมอันเร้นลับ มหัศจรรย์ก็จะถูกสำแดงผลให้ปรากฏออกมา ในรูปแบบต่างๆ กันขึ้นในชีวิตของคนๆ หนึ่งและในชีวิตความเป็นอยู่มีอยู่ในแต่ละ วันๆ นี้อาจแตกต่่างกันออกไปตามสภาวะแวดล้อมต่างๆ ของปัจเจกบุคคลแต่ละคนๆ แต่จะต้องปรากฏออกมาให้เห็นได้อย่างแน่ นอนที่สุด โดยไม่พลาดได้เลย กุศลผลบุญต่างๆ ของธรรมอันเร้นลับมหัศจรรย์ นั้นจะถูกสำแดงปรากฏออกมาให้เห็นในชีวิตของคน ผู้นั้นเองโดยไม่พลาด (Dai-Nichiren, P.709-56)
            โดยไม่ต้องไปมัวคำนึงถึงสภาพแวดล้อมต่างๆ และสภาวะชีวิตของคนผู้นั้น เมื่อผู้ใดสวดไดโมขุ เขาก็จะสำแดงเอากุศลผล บุญต่างๆ ออกมาอย่างแน่นอน ได-โงะฮนซนในชีวิตประจำวันของเขา
            อาตมาใคร่ขอร้องให้บรรดาพวกท่านทั้งหลาย จงใช้สาธกนิยายเกี่ยวกับต้นไม้ซึ่งใช่ยาสมุนไพรซึ่งให้ยาสมุนไพรสามชนิด และต้นไม้ใหญ่สองชนิดมาช่วยยืนยันรับรองว่าอย่างแน่นอนที่สุดจะต้องเเกิดกุศลผลบุญขึ้นมาในชีวิตของพวกท่านทั้งหลายจากการ สวดไดโมขุ เหมือนดังเช่น นิชิเร็น ไดโชนิน เคยได้รับมาแล้ว